ในซาจู (ดวงสี่เสาแบบเกาหลี) ดาวทรัพย์ หรือ Jaeseong (財星) คือตัวชี้หลักเวลาดูนิสัยการเงินของใครสักคน ดาวทรัพย์คือธาตุที่เจ้าชะตาเป็นฝ่ายคุม หมายถึงทรัพยากรที่เราจัดการและกำหนดทิศทางได้ พูดง่ายๆ คือ อะไรที่เราคุมได้ สิ่งนั้นก็คือทรัพย์ของเรา
ดาวทรัพย์มีสองแบบ คือทรัพย์ตรง (Jeongjae 正財) กับทรัพย์อ้อม (Pyeonjae 偏財) ทรัพย์ตรงแทนรายได้ที่มั่นคงและคาดการณ์ได้ อย่างเงินเดือน ดอกเบี้ย และเงินที่ได้ตามสัญญา คนที่ทรัพย์ตรงแรงมักเก็บเงินเก่งอย่างมีวินัย จัดการเงินเป็นระบบ และเลือกความมั่นคงทางการเงินมากกว่าความเสี่ยง
ส่วนทรัพย์อ้อมแทนรายได้ที่ขึ้นลงไม่แน่นอนแต่อาจได้ก้อนใหญ่กว่า อย่างผลตอบแทนจากการลงทุน กำไรจากธุรกิจ โบนัส และกำไรจากอสังหาริมทรัพย์ คนที่ทรัพย์อ้อมแรงมักมองโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนออกได้เอง แต่ใช้จ่ายก็พอๆ กับที่หาได้ คือเงินเข้าเยอะ เงินก็ออกเยอะพอกัน
ถ้าดาวทรัพย์มีอยู่ในระดับพอเหมาะ และเจ้าชะตาแข็งแรงพอจะรับไหว ก็พร้อมจะสะสมและบริหารทรัพย์สินได้อย่างมั่นคง แต่ถ้าดาวทรัพย์มากเกินขณะที่เจ้าชะตาอ่อน เงินจะไหลเข้ามาแต่เก็บไว้ได้ยาก ส่วนการไม่มีดาวทรัพย์ในผังดวงกำเนิด ไม่ได้แปลว่าไม่มีโชคเรื่องเงิน เพราะดวงการเงินมักเปิดในช่วงวัยจร (ดวงรอบ 10 ปี) หรือดวงรายปีที่นำธาตุทรัพย์เข้ามา
นิสัยการเงินตามธาตุก็ให้มุมมองเพิ่มขึ้นอีก เจ้าชะตาธาตุไม้ชอบลงทุนระยะยาว เจ้าชะตาธาตุไฟชอบผลตอบแทนเร็วตามกระแส เจ้าชะตาธาตุดินเอนไปทางอสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินที่มั่นคง เจ้าชะตาธาตุทองวิเคราะห์อย่างละเอียดก่อนลงเงิน และเจ้าชะตาธาตุน้ำมักกระจายรายได้ไปหลายช่องทางอย่างยืดหยุ่น
ที่ต้องจำไว้คือ เรื่องเงินที่ซาจูบอกเป็นจุดอ้างอิงเรื่องแนวโน้มและจังหวะเวลา ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน ถ้าจะลงทุนหรือวางแผนการเงินจริงจัง ควรปรึกษานักวางแผนการเงินหรือผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพเสมอ ส่วนทางที่ฉลาดที่สุดคือใช้ซาจูเป็นกระจกส่องนิสัยการใช้เงินของตัวเองจากมุมใหม่
ลองดูความสัมพันธ์ระหว่างดาวทรัพย์กับเจ้าชะตาให้ละเอียดขึ้น เมื่อเจ้าชะตาเป็น Gap (甲 ไม้) แล้วมีดาวทรัพย์เป็นธาตุดินอย่าง Gi (己) หรือ Mu (戊) ภาพที่ได้คือต้นไม้ที่หยั่งรากลึกลงไปจับจองผืนดิน คนแบบนี้มักมีโครงสร้างทรัพย์ที่มั่นคง พอตั้งหลักได้แล้วก็สร้างรายได้สม่ำเสมอที่ไว้ใจได้ไปอีกนาน กลับกัน ถ้าเจ้าชะตาเป็น Byeong (丙 ไฟ) แล้วมีดาวทรัพย์เป็นธาตุทองอย่าง Gyeong (庚) หรือ Sin (辛) ภาพจะเปลี่ยนเป็นไฟที่หลอมทองแล้วขึ้นรูปใหม่ โครงสร้างนี้เหมาะกับธุรกิจหรืองานผลิตที่แปรวัตถุดิบให้เป็นสินค้ามูลค่าสูงขึ้น
ตำแหน่งของดาวทรัพย์ในสี่เสาก็มีน้ำหนักในการตีความมาก ดาวทรัพย์ในเสาปีบอกถึงมรดกหรือการสนับสนุนทางการเงินจากตระกูล ในเสาเดือนชี้ถึงรายได้มั่นคงจากการทำงานและเส้นทางอาชีพ ถ้าดาวทรัพย์อยู่ที่ราศีล่างเสาวัน ดวงการเงินมักดีขึ้นผ่านคู่ครอง หรือคู่ครองเองนั่นแหละที่นำโชคลาภมาให้ ส่วนดาวทรัพย์ในเสาเวลาบ่งบอกว่าทรัพย์จะค่อยๆ พอกพูนในบั้นปลาย ได้ใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างสุขสบาย
คำถามที่เจอบ่อยที่สุดข้อหนึ่งคือ ถ้าผังดวงกำเนิดไม่มีดาวทรัพย์ แปลว่าจะไม่มีโชคเรื่องเงินไปตลอดชีวิตหรือเปล่า คำตอบคือไม่ใช่แน่นอน ต่อให้ผังดวงกำเนิดไม่มีดาวทรัพย์ วัยจรและดวงรายปี ก็ต้องมีสักช่วงที่พาธาตุทรัพย์เข้ามา ที่จริงคนที่ผังดวงไม่มีดาวทรัพย์เลย มักรู้สึกถึงพลังทรัพย์ตอนที่มาถึงได้ชัดกว่าคนอื่นมาก เหมือนฝนแรกหลังแล้งมานาน ที่ใครก็รู้สึกว่ามีค่ากว่าฝนไหนๆ พอได้เติมส่วนที่เคยขาดไป ผลที่ออกมาจึงชัดเจนมาก
การอ่านกระแสดวงการเงินต้องเข้าใจด้วยว่าวัยจรกับดวงรายปีส่งผลต่อกันอย่างไร ในวัยจรที่มีธาตุทรัพย์ เรื่องเงินทองมักเคลื่อนไหวคึกคักขึ้น ถ้าดวงรายปีในช่วงเดียวกันนำพลังทรัพย์มาด้วย ปีนั้นอาจมีจุดเปลี่ยนหรือโอกาสทางการเงินครั้งสำคัญ แต่พลังทรัพย์ที่ซ้อนกันไม่ได้รับประกันว่าเงินจะไหลเข้ามาเอง เจ้าชะตาต้องแข็งแรงพอจะรับทรัพย์ที่เข้ามาไหว การดูแลสุขภาพกายและลงทุนพัฒนาตัวเองให้พลังของเจ้าชะตาแข็งแรงอยู่เสมอ จึงเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้
ความสัมพันธ์ระหว่างดาวทรัพย์กับดาวดวงอื่นในสิบเทพก็ให้มุมมองอีกชั้น โครงสร้างผลผลิตให้กำเนิดทรัพย์ (Siksang-saengjae) เอื้อให้หาเงินจากพรสวรรค์และฝีมือของตัวเอง เหมาะกับมืออาชีพ ฟรีแลนซ์ และผู้ประกอบการ โครงสร้างทรัพย์ให้กำเนิดขุนนาง (Jaesaenggwan) เชื่อมความสำเร็จทางการเงินเข้ากับสถานะทางสังคม ยิ่งหาเงินได้มาก คนรอบข้างก็ยิ่งยอมรับ บารมีก็เพิ่มขึ้นตามไปเอง กลับกัน ถ้าดาวเพื่อนและคู่แข่งมากจนรุมดาวทรัพย์ หรือที่เรียกว่าโครงสร้างเพื่อนรุมแย่งทรัพย์ (Gunbijaengjae) ต้องระวังเรื่องเงินที่เกี่ยวกับคนอื่นเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการร่วมหุ้นและการค้ำประกัน
จิตวิทยาการเงินตะวันตกก็มีแนวคิดคล้ายกัน เรียกว่าความเชื่อเรื่องเงิน (Money Scripts) หมายถึงชุดความคิดเกี่ยวกับเงินในจิตใต้สำนึกที่แต่ละคนมีไม่เหมือนกัน แบ่งเป็นสี่แบบ ได้แก่ แบบหลีกเลี่ยงเงิน แบบบูชาเงิน แบบระแวดระวัง และแบบยึดสถานะ ที่น่าสนใจคือรูปแบบเหล่านี้คล้ายกับโครงสร้างดาวทรัพย์ในซาจูมาก คนที่ทรัพย์ตรงแรงมักเป็นแบบระแวดระวัง ใช้เงินอย่างรอบคอบและเห็นค่าของเงิน ส่วนคนที่ทรัพย์อ้อมแรงมักเอนไปทางแบบบูชาเงิน กล้าเอาเงินไปต่อยอดเต็มที่ เห็นแบบนี้ก็พอบอกได้ว่าความคิดเรื่องเงินของคนเราเป็นเรื่องสากล จะมองด้วยกรอบตะวันออกหรือตะวันตกก็เห็นเหมือนกัน
ในสังคมยุคนี้ ดวงการเงินไม่ใช่แค่เรื่องมีเงินมากหรือน้อย แต่อยู่ที่ว่าหาเงินและใช้เงินในแบบที่เข้ากับแนวโน้มที่มีอยู่ในตัวหรือเปล่า ถ้าเข้าใจนิสัยการเงินของตัวเองผ่านซาจูอย่างเป็นกลาง ก็ลดความเสียหายจากการลงทุนที่ไม่เหมาะกับตัว และออกแบบโครงสร้างรายได้ที่ตรงกับจุดแข็งจริงๆ ได้ DESTIGER แสดงผลวิเคราะห์ดวงการเงินเป็นภาพที่ดูแล้วเข้าใจง่าย ช่วยให้วางแผนการเงินในแบบที่เหมาะกับตัวเองได้อย่างมั่นใจ
สุดท้าย ต้องย้ำว่าดวงการเงินดีไม่ได้รับประกันความสุขเสมอไป ความมั่งคั่งที่แท้จริงในซาจู คือตอนที่ดาวทรัพย์อยู่อย่างสมดุลกับดาวเสริม (ปัญญา) ดาวผลผลิต (ความสุข) และดาวขุนนาง (ความมั่นคง) การหาเงินเก่งสำคัญแน่นอน แต่สิ่งที่ซาจูบอกเรื่องเงินจะมีความหมายครบถ้วน ก็ต่อเมื่อคิดไปถึงด้วยว่าจะใช้เงินนั้นทำอะไร และอยากสร้างชีวิตแบบไหน ทิศทางสำคัญพอๆ กับจุดหมาย