หลังดูดวงซาจู (ดวงสี่เสาแบบเกาหลี) มักได้ยินคำพูดอย่าง “ธาตุไม้อ่อน” หรือ “ขาดพลังไฟ” ผังดวงที่สมดุลเป๊ะแทบไม่มีเลย คนส่วนใหญ่จึงมีธาตุที่ค่อนข้างแรงและธาตุที่ค่อนข้างอ่อนปนกัน ตามความเชื่อดั้งเดิม ถ้าเติมธาตุที่ขาดเข้าไปในชีวิตประจำวัน พลังก็จะกลับมาสมดุลขึ้น
วิธีที่ทำง่ายที่สุดคือใช้สี แต่ละธาตุมีสีประจำ ธาตุไม้คือสีเขียวและเขียวอมฟ้า ไฟคือแดงและส้ม ดินคือเหลืองและน้ำตาล ทองคือขาวและเงิน ส่วนน้ำคือดำและกรมท่า ลองใส่สีของธาตุที่อ่อนลงไปในเสื้อผ้า เครื่องประดับ หรือของแต่งบ้าน ก็เป็นวิธีง่ายๆ ที่ทำให้พลังนั้นอยู่ใกล้ตัว
กิจกรรมก็ช่วยเติมธาตุได้ ถ้าขาดไม้ ลองใช้เวลากับธรรมชาติ เดินป่า เดินเล่น หรือทำสวน ถ้าไฟอ่อน ปลุกความกระปรี้กระเปร่าด้วยการออกกำลังกาย ไปสังสรรค์ หรือไปดูการแสดง ถ้าต้องเสริมดิน ลองกิจกรรมที่ทำให้ใจนิ่งอยู่กับที่ อย่างทำอาหาร จัดบ้าน หรือปั้นเซรามิก ถ้าทองขาด เน้นกิจกรรมที่ต้องใช้ความเป็นระเบียบและสมาธิ เช่น ทำความสะอาด เขียนบันทึก หรือเล่นดนตรี ถ้าธาตุน้ำน้อย ลองกิจกรรมที่สงบและลึก อย่างว่ายน้ำ นั่งสมาธิ หรืออ่านหนังสือ
ตามตำราดั้งเดิม อาหารก็มีธาตุประจำเหมือนกัน รสเปรี้ยวอย่างน้ำส้มสายชูหรือส้มเป็นของธาตุไม้ รสขมอย่างชาเขียวหรือผักรสขมเป็นของไฟ รสหวานอย่างธัญพืชหรือมันเทศเป็นของดิน รสเผ็ดฉุนอย่างพริกหรือขิงเป็นของทอง และรสเค็มอย่างอาหารทะเลหรือเต้าเจี้ยวเป็นของน้ำ ใส่รสของธาตุที่อ่อนลงไปในมื้ออาหารทีละนิด ก็เป็นวิธีปรับสมดุลที่ทำกันมาแต่โบราณ
ที่อยู่อาศัยก็เป็นอีกตัวช่วยปรับสมดุล อยากเติมไม้ ลองปลูกต้นไม้ในบ้านหรือใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้ อยากเติมไฟ เปิดไฟให้สว่างขึ้นหรือจุดเทียน ดินเสริมได้ด้วยของแต่งเซรามิกหรือพรมโทนสีดิน ธาตุทองเหมาะกับของแต่งที่เป็นโลหะ หรือที่เก็บของที่จัดไว้สะอาดเป็นระเบียบ ส่วนธาตุน้ำ ลองวางน้ำพุเล็กๆ หรือเครื่องเพิ่มความชื้น แล้วใช้ผ้าโทนสีเข้ม
ต้องบอกไว้ก่อนว่าวิธีเหล่านี้มาจากแนวคิดดั้งเดิม ไม่ได้รับประกันผลทางการแพทย์หรือทางวิทยาศาสตร์ ถ้ามีปัญหาสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเสมอ ใช้ผลวิเคราะห์ธาตุทั้งห้าของ DESTIGER ดูว่าตัวเองอาจขาดธาตุไหน แล้วลองนำวิธีเล็กๆ เหล่านี้ไปใส่ในกิจวัตร เป็นการทดลองเบาๆ ที่เติมสีสันให้ชีวิต
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ พนักงานออฟฟิศคนหนึ่งที่ผังดวงมีพลังไม้อ่อนมาก รู้สึกอึดอัดอยู่ตลอดและคิดงานสร้างสรรค์ไม่ออก พอได้รู้เรื่องการปรับสมดุลธาตุ ก็เริ่มออกไปเดินในสวนสาธารณะใกล้ๆ ตอนพักเที่ยง วางกระถางต้นไม้เล็กๆ ไว้บนโต๊ะ และใส่เสื้อผ้าที่มีสีเขียวแซมมากขึ้น ผ่านไปสักพัก เจ้าตัวบอกว่ารู้สึกโล่งขึ้นและมีแรงบันดาลใจมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้จะไม่ใช่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่าสองอย่างนี้เป็นเหตุเป็นผลกันจริง แต่การตั้งใจเข้าใกล้ธรรมชาติก็น่าจะช่วยให้ใจสบายขึ้นจริงๆ
เรื่องที่ต้องระวังเวลาเติมธาตุคืออย่าทำมากเกินไป ธาตุทั้งห้าส่งเสริมและข่มกันเป็นวงจรที่เกี่ยวโยงกันหมด ถ้าเร่งเติมธาตุหนึ่งหนักๆ อาจไปทำให้อีกธาตุอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว เช่น ถ้าอัดพลังน้ำเข้าไปเต็มที่เพื่อชดเชยที่ขาด อาจไปกดไฟ เพราะน้ำข่มไฟ เป้าหมายคือค่อยๆ ปรับให้สมดุลทั้งระบบ ไม่ใช่แก้แรงจนเอียงไปอีกข้าง
ตามตำราดั้งเดิม ทิศก็ช่วยเติมธาตุได้อีกชั้นหนึ่ง ไม้อยู่ทิศตะวันออก ไฟอยู่ทิศใต้ ดินอยู่ตรงกลาง ทองอยู่ทิศตะวันตก และน้ำอยู่ทิศเหนือ เวลาเลือกที่นั่งในออฟฟิศ เลือกว่าจะหันหน้าไปทางไหน หรือแม้แต่เลือกที่เที่ยว ลองคิดถึงทิศของธาตุที่อ่อนด้วย ก็เป็นวิธีที่ทำกันมานาน เช่น คนที่ขาดพลังไม้อาจได้ประโยชน์จากโต๊ะทำงานที่หันไปทางทิศตะวันออก หรือเส้นทางไปทำงานที่มุ่งไปทางตะวันออก
ฤดูกาลก็ต้องคิดประกอบด้วย ฤดูใบไม้ผลิขยายพลังไม้ ฤดูร้อนเสริมไฟ ฤดูใบไม้ร่วงหนุนทอง และฤดูหนาวเติมน้ำ ในฤดูที่เป็นใจกับธาตุที่อ่อน ให้ใช้ประโยชน์ให้เต็มที่ ออกไปข้างนอกให้มากขึ้น ปรับอาหารให้เข้ากัน และปล่อยให้ธรรมชาติช่วยทำงานแทนบ้าง ส่วนฤดูที่ไม่เป็นใจ ก็ตั้งใจเติมธาตุด้วยวิธีที่บอกไว้ข้างต้นให้มากขึ้นอีกนิด
DESTIGER แสดงสัดส่วนธาตุทั้งห้าของแต่ละคนเป็นภาพ เห็นได้ในแวบเดียวว่าธาตุไหนแรง ธาตุไหนขาด ใช้ข้อมูลนี้ลองปรับเรื่องสี กิจกรรม อาหาร และสิ่งแวดล้อมตามที่เล่ามาได้ การปรับสมดุลธาตุไม่ต้องทำอะไรใหญ่โต เริ่มได้จากการเปลี่ยนเล็กๆ ที่ตั้งใจทำในชีวิตประจำวัน